
เว็บไซต์ บิซิเนส อินไซเดอร์ เสนอบทความ Make America Sober Again เมื่อวันที่ 16 เมษายน โดยบอกว่านโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งเกี่ยวกับภาษี สงครามอิหร่านและอิมมิเกรชั่น กำลังส่งผลกระทบให้ค่าครองชีพพุ่งสูง ชาวอเมริกันจึงลดการดื่มแอลกอฮอล์ลงอย่างชัดเจน
“ปัญหาค่าครองชีพรัดแน่น ทั้งที่โดยปกติแล้ว ความเครียดมักทำให้คนดื่มมากขึ้นก็ตาม” บทความระบุ
ทั้งนี้ การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐฯ ทั้งเบียร์ ไวน์ และสุรา ในช่วงสามเดือนของปี 2026 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2025 ราว 5 เปอร์เซ็นต์ โดยสาเหตุสำคัญมาจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อ ค่ารักษาพยาบาล หนี้การศึกษา และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องประหยัดค่าใช้จ่าย และลดการดื่มลง
ขณะเดียวกัน นโยบายภาษีของทรัมป์ โดยเฉพาะภาษีอะลูมิเนียม ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเบียร์เพิ่มขึ้น ขณะที่สงครามอิหร่านทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น กระทบต้นทุนสินค้าและราคาขาย
นอกจากนี้ นโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดยังทำให้ผู้บริโภคกลุ่มฮิสแปนิก ซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญของตลาดเบียร์ ลดการใช้จ่าย ลดการออกนอกบ้าน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ลดลง ส่งผลกระทบแรงต่อยอดขายในบาร์และร้านอาหาร
บทความของบิซิเนสส อินไซเดอร์ ชี้ด้วยว่า ปัจจัยทั้งหมดเป็นเหมือน “แรงกดดันสะสม” ที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และชี้ว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะต้องเผชิญภาวะซบเซาไปอีกนาน
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
