ตัวเลขผู้อพยพถอดใจ “ยอมกลับเอง” สูงสร้างสถิติ

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ผู้อพยพจำนวนมากที่อยู่ระหว่างกระบวนการส่งกลับ ยอมถอนคำร้องในศาลคนเข้าเมือง และ “เดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ” มากขึ้น ภายใต้นโยบาย “แอนตี้ อิมมิแกรนท์” ของทรัมป์
เอบีซีนิวส์ รายงานเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ถึงรายงานขององค์กร Vera Institute of Justice  ซึ่งเป็นเอ็นจีโอด้านงานวิจัยและนโยบายสาธารณะ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลของรัฐบาลกลางว่า จำนวนผู้อพยพที่อยู่ระหว่างกระบวนการส่งกลับที่ได้รับอนุญาตให้ “เดินทางออกจากสหรัฐฯ โดยสมัครใจ” เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มที่ถูกควบคุมตัวในศูนย์กักกันของรัฐบาลกลาง

รายงานระบุว่า ช่วงปลายรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีคำสั่ง “เดินทางกลับโดยสมัครใจ” เฉลี่ยเดือนละประมาณ 800 คดี แต่เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 8,800 คดี หรือเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยประมาณ 1,000 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ “การเดินทางกลับโดยสมัครใจ” ถือว่าแตกต่างจากการ “เนรเทศตัวเอง” ของกระทรวงความมั่นคงภายใน เพราะกรณีนี้ต้องผ่านการอนุมัติของผู้พิพากษาศาลคนเข้าเมือง และผู้ขอเดินทางกลับต้องมีสิทธิ์ออกนอกประเทศตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม องค์กร Vera Institute of Justice เตือนว่า ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าผู้อพยพต้องการกลับประเทศจริงเสมอไป หลายคนอาจยังมีช่องทางตามกฎหมายที่จะอยู่ต่อในสหรัฐฯ แต่ตัดสินใจยอมกลับ เพราะเป็นกระบวนการที่ยาวนาน ท่ามกลางแรงกดดันจากสภาพการควบคุมตัวและกระบวนการทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น

ข้อมูลระบุด้วยว่า คดีของผู้ถูกควบคุมตัวมากกว่า 93 เปอร์เซ็นต์ ถูกผู้พิพากษาศาลคนเข้าเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งในรัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองตัดสินให้ออกจากสหรัฐฯ ทั้งในรูปแบบ “เดินทางกลับโดยสมัครใจ” หรือมีคำสั่งเนรเทศโดยตรง

ผู้จัดทำรายงานมองว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังใช้ทั้งระบบศาลคนเข้าเมืองและการควบคุมตัว เป็นเครื่องมือเร่งผลักดันผู้อพยพออกนอกประเทศ เพื่อลดระยะเวลาการต่อสู้คดีในศาลที่อาจกินเวลาหลายปี.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *